Digital Marketing 4.0

Digital Marketing  4.0
กลยุทธ์และ ไอเดียใหม่ เพื่อสร้างความภักดีลูกค้าในยุค Marketing4.0

วันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

Business4.0 > Content Marketing4.0


Business 4.0 > การตลาด 4.0 หลายคนทำได้ น้อยคนทำเป็น



เมื่อก่อน เวลาเราดูหนังโฆษณา ผมจะพอบอกได้ว่า หนังโฆษณาทีวีเรื่องนี้ TVC นี้น่าจะต้องได้รับรางวัล และยุคนั้นเรามันก็พวก Single Minded School ก็คือโฆษณา MARCOM จะบอกขายอะไรเอาให้มันแน่ๆ เบนซ์ หรูหรา BMW Performance Toyota คุ้มค่า Land&Houseขาย ระบบFunction ครบครัน แสนสิริ ตอบโจทย์Lifestyle พฤกษา บ้านราคาย่อมเยาว์ แต่นั้นมันแนวคิดของยุค JackTrout หรือยุคทองของAD&PR แต่ตอนนี้ก็ยังมีนักการตลาดหลายคนที่คิดว่า เอาแนวคิดนั้นๆมาบริหาร #การตลาดยุค4.0 อยู่ ซึ่งเป็นยุคของ การสื่อสาร แบบ สังคม แชร์ และ สองทาง ผมบอกได้เลย คนที่เก่งที่สุด มีโอกาสเดาถูก 1ใน 4 อย่างดีที่สุด เช่นคุณจะออกกิจกรรมตลาดไป คุณจะต้องมีหลายทางเลือก ให้ลูกค้า

  1. Target 4.0 คุณจะเลือกกลุ่มลูกค้ากลุ่มใด  เช่น กลุ่มที่เป็นลูกค้าคุณ ที่คุณทำ  Customer Match กับ ฐานข้อมูล Big Data  แล้วสั่ง Lookalike หรือ  Similar Audience        หรือกลุ่มที่เคย Engagement กับคุณผ่านโซเชียลมีเดียเช่น ดูวีดีโอหน้าสดคุณ  หรือ เคยคลิกไลท์   สั่ง Lookalike    หรือกลุ่ม  เป้าหมายลูกค้าคุณ ที่มีความชอบ  ไลฟสไตล์ต่างๆ  รวมถึง ก กลุ่มไหนเป็นตัวชงเรื่อง เช่น Blogger  Net Idol   กลุ่มไหนเป็นกลุ่มกล้าเสี่ยงหรือ Trend Setter  กลุ่มไหนเป็นป้าซุ่มทุ่มไม่อั้น  สายPay    ลูกค้าที่คุณจะเจาะจงสื่อสารไป     กลุ่มที่คุณไม่อยากเข้าถึงต้องดึงออกจากฐานรับข่าวสาร
  2. Creative Theme เป็นแบบ Multi Ideas เช่นถ้าคุณจะขายยาลดความอ้วนคุณจะขายอะไร เช่น แดกเท่าไรก็ไม่อ้วน ลดพุงหนาแตงโม หรือ สร้างกล้ามเนื้อท้อง Six pack หรือ ขายดีเว้ยเฮ้ย หรือสำหรับคนดื้อยา หรือ กระแสดารา หรือ ผอมโดยไม่ต้องรีดเหงือ ถ้าเป็นผู้บริหารยุคแรกก็ต้อง เลือกตัวเดียว แต่ มันไม่อย่างงั้นสิครับ เพราะนี่มันยุคสี่ #Marketing4.0 คุณต้องลองอย่าทำเป็นเก่งอาศัยประสบการณ์ มันจะถูกเทเอาง่ายๆ ทำไมเราถึงพูดถึงการBomb Ad เพราะเราวัดผลได้อย่าง ทันควันเมื่อเรายิงกระสุนเราจะรู้ว่ากระสุนไหนโดนเป้า เมื่อเปิดแผลได้แล้วจะขยายผลต่ออย่างไร ทั้งเกมส์ Native Content และ Ad Content  ไม่ใช่นกเอี้ยง นกขุนทอง ให้คนจำแอดเราได้อย่างเดียว 
  3. Marketing Tools เครื่องมือที่คุณจะเลือกเข้าถึงลูกค้า Placement จะใช้อะไร มือถือ VS Desktop ระบบปฏิบัติการไหนเวิร์คไม่เวิร์ค Formจะเป็น VDO VS ภาพนิ่ง VS Carousel VS Canvas VS Slide show VS ภาพเคลื่อนไหว กิฟไฟล์ บางครั้ง Carousel ก็ดีมาก Canvas ก็ให้ผลดีบางกรณี คนที่ว่ารู้ดี ก็อาจเป็นเด็กไปเลยถ้าผลลัพธ์ออกมา ทุกอย่าง มันจะบอกเราเองว่าอะไรเวิร์ค ไม่เวิร์ค วิดีโอความยาวกี่วิ เวิร์ค เมื่อก่อนยิ่งยาวยิ่งดี เกิน 2 นาที แล้วก็มาเป็น 30 วิ ปัจจุบัน 15 วิ ล่าสุด FB เปลี่ยน Algorithm ใหม่อีก บอกว่าคนดูแค่3 วิ เราคิดเงินท่านแล้ว ส่วน Youtube ปกติ 30 วิคิดเงิน ก็มีแบบแช่15 วิ ในPrime Pack หรือ 7.5 วิ Bumper นี่ครับ ยุค 4.0 คุณต้อง Dynamic พอที่จะปรับเปลี่ยน คนได้เปรียบคือคนที่ใช้เงินและเรียนรู้ ไม่ใช่อ่านแต่ตำรา ผมอยากบอกคุณว่าของฟรีและสูตรสำเร็จในยุค สี่ไม่มีครับถ้ามีคือ ต้องแยกให้ออกระหว่าง ทำได้กับ ทำเป็น และ ได้ทำ กับ ได้ผลถ้าคุณแยกไม่ได้ พบนก 
  4. Sales Channel ช่องทางขาย จะเลือกหลายช่องทาง ทั้ง ผ่านออน์ไลน์ ผ่านระบบตระกร้า ผ่าน Messenger ผ่าน Line ผ่าน Live Chat ผ่าน Telemarketing ผ่านหน้าร้าน ทุกมิติครับ และการชำระเงิน Payment Gateway ก็มีให้เลือกอีกหลากหลาย Credit card Paypal โอนเงิน พกง. Fin Tech สำคัญคือต้องจัดสัดส่วนให้ดี ลูกค้าผมรายหนึ่งเมื่อก่อนขายแต่หน้าร้าน คุณจะซื้อต้องไปหน้าร้าน จากนั้นก็เปิดเอเยนต์ขายให้ตามจังหวัดต่างๆ จากนั้นก็เป็น Call Center ให้จองผ่านโทรศัพท์ได้ แล้วก็เปิด Booking Engine จองผ่านระบบตะกร้าจอง แล้วก็ให้จองแบบ Non Voice คือผ่าน ไลน์ FB Inbox หรือ Messenger ตอนนี้ยอดขายแบบไม่ผ่านหน้าร้านตัวเองประมาณ 40% นี่คือการพัฒนาครับ ไม่ใช่จะนิ่งอยู่กับที่ รัดเข็มขัดท่าเดียว ขายหน้าร้านไม่ดี ลดสต๊อคสิครับ บ้าแล้ว บางคนมองทุกอย่างเป็นเส้นตรง เราเรียกมนุษย์ process แต่ยุคนี้มันคือ Multi และ Dynamic สำคัญคือคุณ Integrate มันได้หรือเปล่า ให้มันเป็นเนื้อเดียวกัน และ รู้แบบทันควัน ไม่ใช่ฝันเอา อ้อรูปเครดิตจากนักถ่ายภาพ เพื่อนผมครับ ขอขอบคุณภาพบรรยาย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

hostgator coupon