Digital Marketing 4.0

Digital Marketing  4.0
กลยุทธ์และ ไอเดียใหม่ เพื่อสร้างความภักดีลูกค้าในยุค Marketing4.0

วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557

กลยุทธ์ธุรกิจ > Thai Martial Strategy 19



กลยุทธ์ธุรกิจ > พิชัยสงครามไทย >  กลยุทธ์ที่ 19 ฟ้าสนั่นเสียง

19. กลฟ้าสนั่นเสียง
กลชื่อฟ้าสนั่นเสียง เรียงพลพยุหกำหนด
กดประกาศถึงตาย หมายให้รู้ถ้วนตน
ปรนปันงานณรงค์ ยวดยงกล่าวองอาจ
ผาดกำหนดกดตรา ยามล่าอย่าลืมตน
ทำยุบลสีหนาท ดุจฟ้าฟาดแสงสาย
สำแดงการรุกรัน ปล้นปลอมเอาชิงช่อง
ลวงเอาบุรีราชเสมา ตรารางวันเงินทอง
ปองผ้าผ่อนแพรพรรณ์ ยศอนันต์ผายผูก
ไว้ชั่วลูกชั่วหลาน การช้างม้าพลหาญ
ใช้ชำนาญการรบ สบได้แก้จงรอดราศฏร์
ดุจฟ้าฟาดเผาพลาญ แต่งทหารรั้งรายเรียง
เสียงคะเครงคะคฤ้าน ทังพื้นป่าคะครัน'
สนั่นฆ้องกลองไชย สรในสรัพแตรสังข์
กระดึงดังฉานฉ่า ง่อนงาช้างรายเรียง
เสียงบันฦาคร้านครั่น กล่าวกลศึกนั้น
ชื่อฟ้าสนั่นเสียงฯ

กลยุทธ์นี้  สอดคล้องกับกลยุทธ์ ฟ้างำดิน   แต่ความหมายที่แท้จริงของมัน สนับสนุนกัน  หลักการของฟ้างำดินคือเคลื่อนพลรุกไวปานลัดนิ้วมือ  คือรวดเร็วตรงกับคำว่า  Speed + Teamwork   แต่ความหมายของ ฟ้าสนั่นเสียง ตรงกับคำว่า Big Bang หรือการระบิดตูมตาม ซึ่งทฤษฎีของ Big Bangคือเกิด ระเบิดจนไดโนเสาร์ล้มตายจำนวนมาก ในยุคที่เป็นโลกดึกดำบรรพ์   แต่ความหมาย Big Bang ในทางการตลาดคือ การยิงปืนใหญ่ ทางการตลาด ผมจำได้ตอนทำตลาดให้บริษัท มีฝรั่งมาจากสำนักงานใหญ่ Rochester  พูดกับผมถึงการ launch campaign การตลาด เหมือน artillery หรือปืนใหญ่ ว่า ฝ่ายตลาดต้องสนับสนุนด้วยการยิงปืนใหญ่สนับสนุนฝ่ายขาย   ด้วยการสื่อสารทางการตลาด  Marketing Communications  บังเอิญพ่อบุญธรรมของผม พลตรี ภุชงค์ นิลขำ  ท่านเป็นนายทหารปืนใหญ่   เลยได้พอเข้าใจหลักการ  ปืนใหญ่ เป็นการยิงวิถีโค้ง เข้าเป้าหมาย ตามพิกัดที่ระบุ    เพื่อทำการสนับสนุน ก่อน รถถังยานเกราะบุก ตามด้วยทหารราบ ปืนใหญ่จะต้องนำร่องก่อน โจมตีข้าศึก จนโงหัวไม่ขึ้น  จากนั้นหน่วยยานเกราะก็บุกเข้า รื้อสิ่งกีดขวาง  ลุยสนามเพาะ ข้าศึก   และ ตามด้วย ทหารราบเข้ายึดที่มั่นข้าศึก    ความหมายของ Big Bang ทางการตลาดคือ ระดมยิงปืนใหญ่ ให้แน่นหนา ก่อนให้ฝ่ายขายปูพรมเข้า ร้านค้า  หรือ เข้าติดตามลูกค้า   ในอดีต เราโจมตีเมืองจำเป็นต้องมี สีหนาท ปืนไฟ  มีกระสุน ดินดำ  ในการยิงพิกัด เข้า หอรบคูเมือง  ข้าศึก หรือ แม้แต่ใช้ปืนใหญ่ยิงจากหอรบที่สูง เข้าต่อต้านข้าศึกที่รุกเข้ามาจำนวนมาก  หากปืนใหญ่ไม่ยิงข้าศึกก็สามารถเข้ามาประชิดเมืองได้  สมัยพระชัยราชา นำปืนใหญ่มาใช้ ทำให้พม่ากลัวมาก เพราะไทยมีปืนใหญ่ จากวิลาศโปตุเกส    ต่อมาในสมัยพระมหาจักพรรดิ์  ไทยยังมีกองทหารปืนใหญ่ ที่น่าเกรงขาม  ป้อมเพชรเป็นตัวอย่างคือ ป้อม ปราการปืนใหญ่ทางน้ำ ที่เรือสำเภาจะเข้ามาจากอ่าวไทยจะเข้าอยุธยา จะต้องผ่านป้อมเพชรก่อน  ที่มืปืนใหญ่ยิงสกัด และ เรือสำเภาใดจะผ่านน่านน้ำตรงนั้นจะตรงเสียภาษีอากร ก่อนเข้าอยุธยา  ก็จะได้รับธงช้างแดง พร้อมแผนที่ร่องน้ำ  เรือใดไม่มีธง ก็จะถูกปืนใหญ่จากป้อมเพชรยิงจนล่ม ตรงบริเวณนั้นจึงเรืยกขานว่า ตำบล สำเภาล่ม   และเราสามารถต้านข้าศึกได้แม้มีกำลังพลน้อยกว่าด้วยปืนใหญ่  เช่นปืนนารายณ์สังหารที่มีขนาดใหญ่ยาว ยิงได้ไกล    ซึ่งพม่ามักยกพลเข้า  ทุ่งลุมพลี  ทุ่งภูเขาทอง ตรงบริเวณวัดเกษ จะเป็นจุดตั้งของกองบัญชากองทัพไทยและมีธงไชยเฉลิมพลตั้งอยู่ในยามที่พม่าบุกเข้ามา ตรงบริเวณรอบๆจะมีอนุสาวรีย์ สมเด็จพระศรีสุริโยทัยซี่งเชื่อกันว่าเป็นจุดที่สิ้นพระชนม์        ถ้าพม่าตีด่านนี้แตกแล้วก็จะจองถนนคูคลอง และ ตั้งค่าย กองบัญชาการแถวๆ  วัดท่าการ้อง  วัดหน้าพระเมรุ  แล้วตั้งปืนใหญ่ยิงเข้า วังหลวง   




แต่ตอนก่อนเสียกรุงครั้งแรก น่าเสียดายที่เราไม่ได้ใช้ยิงปืนใหญ่เพราะมันมีการเคลื่อนย้ายปืนใหญ่ไปจุดไม่สำคัญ ตอนนั้นเรามีไสยศึกคือพระยาจักรี เป็นผู้บัญชาการรักษาพระนคร ทำให้เสียกรุงครั้งที่ 1   และในการเสียกรุงครั้งที่สอง ก็เพราะเราไม่ยอมยิงปืนใหญ่  หรือก็ใส่ดินดำน้อยไปยิงไม่ถึงหอรบ คูค่ายข้าศึก  เพราะสตรี นางกำนัล กลัวเสียงปืนใหญ่   ได้ทูลขอพระเจ้าเอกทัศน์  ทำให้กลยุทธ์ฟ้าสนั่นเสียงไม่สามารถทำการได้    การตลาด เปรียบเหมือนปืนใหญ่  ที่ต้องมี  พิกัด คือ Target เป้าหมายที่เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย  มีกระสุนดินดำคือ Budgetทางการตลาด   มีลูกปืนใหญ่คือ ผลิตภัณฑ์ และแคมเปญ  และมีปืนใหญ่ที่ดี คือ Marketing channel  ว่าจะยิงสาดได้ไกลแค่ไหน     หากระสุนดินดำมาก สาดได้ไกลคือ ทีวี   แต่ปัจจุบัน คือ Youtube    โฆษณาบนเน็ตที่สาดได้ถึงเป้าหมายต่างประเทศ ระบุพิกัดที่ต้องการ ได้  ช่องทางสื่อสารทางการตลาดคือ ปืนใหญ่แต่ละกระบอก  ระยะพิสัยใกล้พวก Location based Marketing      ที่ต้องมีแคมเปญหรือลูกปืนใหญ่ยิงออกไปว่าโดนเป้าหมายตามพิกัดที่ระบุหรือไม่    ความหมายของ Big Bang ยังหมายถึง การโหมโรงระดมยิงให้หนักก่อนบุก เหมือนการตลาด ที่เรียกว่า Burst Technique คือเตะโด่งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ เพื่อลากเอาโมเมตั้มMomentum  ทางการตลาด เมื่อโมเมตั้มหรือแรงขับเคลื่อนเกิดขึ้น แทนแรงต้านหรือแรงเฉือยแล้ว แม้ว่าเราหยุดโฆษณาหรือสื่อสาร ลูกค้ายังรู้สึกยังก้องอยู่ในหูเลยอันนี้เป็นความจริงเพราะผมเคยทำวิจัย Ad recall   แม้ว่าเราหยุดโฆษณาไปแล้วแต่ลูกค้ายังจำคล้ายๆเหมือนว่าเรายังโฆษณาวันวานอยู่เลย   แม้เราเบรคโฆษณาไป2-3 เดือนแล้ว   ดังนั้น พวกผู้บริหารที่มัวแต่รำ ติโน่น เตียนนี่ และ ไม่ให้ลูกน้องตัวเองยิงปืนใหญ่เสียที  ไม่ต่างอะไรกับ พระยาจักรี  ที่รอตั้งรับการรุกจากคู่แข่งอย่างเดียว   การรบทางการตลาดไม่ใช่ เตรียมตัวระวังยิง   Ready -Aim -Fire      แต่เป็น  Fire-Refocus-Refire   คือ ยิงคลำเป้า  เปลี่ยนพิกัด แล้วยิงใหม่   มิใช่มัวแต่พูด มัวแต่รำ  ตำหมากกินไปวันๆ  ฟันจะล่วงหมดปาก เสียทีแกข้าศึก   พูดแรงไปหน่อยเพราะผมถือคติ  รักลูกให้ตี  รักลูกศิษย์ให้ด่า    ครั้งหน้าเราจะพูดถึงกลยุทธ์ที่ 20 เรียงหลักยืน  กันครับ                  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

hostgator coupon