Digital Marketing 4.0

Digital Marketing  4.0
กลยุทธ์และ ไอเดียใหม่ เพื่อสร้างความภักดีลูกค้าในยุค Marketing4.0

วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2557

Marketing 3.0 > Noline Marketing

การตลาด 3.0 >  Noline marketing

ที่ปรึกษาธุรกิจ สรุปตัวนี้น่าสนใจ #Omnichannel ตลอดขบวนการซื้อของลูกค้า ตั้งแต่จุดเริ่มต้นหาข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ต้องการซื้อ เมื่อสนใจก็จะไป หาสินค้าทดลอง ผ่านหน้าร้านหรือไปดูของ จากนั้นก็ตัดสินใจซื้อ และก็ไปรับของ ขั้นตอนสุดท้ายคือ ประสบการณ์ หลังซื้อ
  1. ในขั้นตอนแรกคือการแสวงหาข้อมูลของลูกค้า จะเห็นว่า ครึ่งหนึ่งหาข้อมูลออน์ไลน์ อีกครึ่งหนึ่งหาจากสื่อ offline และลูกค้ามีแนวโน้มจะเชื่อข้อมูลจากคนกลางThird Party มากกว่า โดยหาข้อมูลจากแหล่ง ReviewsBlogger


          2.จากหาข้อมูลแล้วคัดกรองเหลือแบรนด์ในใจ 2-4 แบรนด์คราวนี้ก็ไปทดลอง หรือไปดูผลิตภัณฑ์ 81% ลูกค้าจะไปทดสอบหน้าร้านขาย แม้คนหาข้อมูลออน์ไลน์แต่ก็ยังอุตส่าห์ไปทดสอบดูของที่หน้าร้าน           3.จากนั้นก็ซื้อ พบว่า 3/4 ซื้อของหน้าร้าน 1/4 ซื้อของผ่านพาณิชย์อิเล็คทรอนิกส์ บางที่ซื้อของที่สโตร์หน้าร้านแต่ให้ส่งของไปที่บ้าน หรือร้านสาขาใกล้บ้านแล้วไปเอา เพราะขี้เกียจแบกขน  
          4. การรับสินค้าของลูกค้านั้นมีหลากหลายวิธีมากขึ้น     อย่าง 7 Catalogue  คือสั่งซื้อของผ่านแค็ทตาล็อคแล้วก็ไปรับของพร้อมจ่ายเงินที่สาขาใกล้บ้านหรือที่ทำงานที่ลูกค้าสะดวก   ในขณะที่บางรายสั่งของออน์ไลน์แต่ไปรับของหน้าร้านใกล้บ้าน หรืออย่าง TESCO เกาหลีที่ให้ลูกค้าสั่ง ที่รถไฟฟ้าใต้ดิน แล้วของไปส่งที่บ้านลูกค้าเลย   


  ลูกค้ารับของผ่านออน์ไลน์มี 1/4 พวก Apps Software Ebook บริการออน์ไลน์เช่นทำ บริการทำข้อมูลนำเสนอ บริการ Cloud Service 
          5.ท้ายสุดหลังซื้อรับของแล้วไปรับบริการหลังการขาย เช่นซื้อออน์ไลน์กลับไปส่งซ่อมหน้าร้าน หรือซื้อของหน้าร้านแต่มารับบริการผ่านออน์ไลน์เช่น คอมพิวเตอร์มีบริการ Auto Updated Softwareผ่านออน์ไลน์แม้ว่าของจะซื้อมาจากหน้าร้าน แต่ลูกค้าส่วนใหญ๋ก็ยังพอใจไปใช้บริการหน้าร้าน 83%  ตัวอย่างที่ฮือฮาล่าสุดคือลูกค้าซื้อของผ่านออน์ไลน์  Zalora หากไม่พอใจของที่ซื้อคืนได้ ที่สาขาของ  7-11

หน้าร้านยังเป็นสิ่งจำเป็น การจัดโชว์สร้างบรรยากาศ
แต่อย่างไรก็ตามลูกค้าก็คงยังชอบไปหน้าร้านอยู่ โดย 61% ของเวลาช้อปปิ้งจะอยู่หน้าร้าน 31%  ใช้เวลาอยู่ในช้อปปิ้งออน์ไลน์ และยังพบอีกว่า ลูกค้าที่ซื้อหน้าร้านมีมูลค่าหัวสูงกว่าลูกค้าออน์ไลน์ เพราะว่า 40% ของลูกค้าที่อยู่หน้าร้านจะเบรคแตก  ด้วยบรรยากาศพาไป  หรือข่มกันเอง เกทับกัน  หรือ เกิดอาการติดลมบนหยุดไม่ได้ซื้อเพลินมากกว่าที่ตั้งใจไว้  ในขณะที่ลูกค้าออน์ไลน์ มีอาการเบรคแตก เพียง 20%  ดังนั้น 5 Sense Marketing ผ่านตา  หู   กลิ่น   สัมผัส  ชิ้ม  นั้นมีความสำคัญอยู่ การจัดโชว์สินค้าสวยสะดุตากระฉากใจ  ที่เรียก  VMD  Visual  Merchandising  Display ยังมีความสำคัญในการสร้างแรงเบรคแตก  ให้ลูกค้าได้
 เหตุผลที่ลูกค้ายังช้อปผ่านหน้าร้านจริง เพราะ 24%ต้องการของทันที15% ต้องการทดลองหรือสวมใส่ดูก่อน   13%  ได้ไปนัดพบเพื่อนๆ  สภากาแฟว่างั้นเถอะ   9% ยังคงต้องการเปรียบเทียบ คุณภาพของและราคาที่หลากหลาย ก่อน อีก 7%เป็นแม่บ้านสมองไว้ หาที่มันจัดรายการหรือผ่อนดอกเบี้ย 0%

 ข้อมูลวิจัยและสรุปดีๆจาก AT Kearney ซึ่งบ่งชี้ให้เห็นว่าขอบเขตโลกออน์ไลน์ #Onlineและ ออฟไลน์ #Offline กำลังปนกันมั่ว และไม่ชัดเจน จนไม่มีเส้นแบ่ง#Noline


1 ความคิดเห็น:

  1. เคยได้ชม VDO นี้มาก่อน ก็ต้องยอมรับว่า
    ทำการตลาดได้ดีและตอบโจทย์ความต้องการ
    ที่สอดรับกับวิถีชีวิตของคนเกาหลีได้เป็นอย่างดี

    ตอบลบ

hostgator coupon